พระอาจารย์ใหญ่

ชีวประวัติ

พระอาจารย์ใหญ่พะอ๊อก ตอยะสยาดอ

อัครมหากัมมัฎฐานาจริยะ

Sayadaw for web smallsize

       พระอาจารย์ใหญ่มีฉายาว่า อาจิณณะ แต่ชาวเมียนมาร์มักเรียกท่านว่า พะอ๊อก ตอยะ สยาดอ ท่านเป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน และพระอาจารย์ใหญ่ที่วัดพะอ๊อก ตอยะ (คำว่าสยาดอเป็นภาษาเมียนมาร์ หมายถึงพระอาจารย์โดยเรียกด้วยความเคารพ)

พระอาจารย์ใหญ่ถือกำเนิดปี พ.ศ. 2477 ที่หมู่บ้านเล็กฌอง เมืองฮินตะคะ อยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ราว 160 กม. ท่านบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อ พ.ศ. 2487 (เมื่ออายุได้ 10 ปี) ที่วัดในหมู่บ้านของท่าน ระหว่าง 10 ปี ที่เป็นสามเณรได้ศึกษาพระไตรปิฎกจากคณาจารย์ต่างๆ ท่านเรียนเก่งผ่านการสอบบาลีตั้งแต่ยังเป็นสามเณร

พระอาจารย์ใหญ่อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อ พ.ศ. 2497 มีอายุได้ 20 ปี ท่านได้ศึกษาพระไตรปิฎกต่อ กับพระภิกษุผู้ทรงคุณวุฒิ ใน พ.ศ. 2499 ท่านสอบผ่านธัมมาจริยะเทียบเท่ากับศิลปะศาสตร์บัณฑิต สาขาบาลีพุทธศาสตร์ หรือเปรียญธรรมเก้าประโยค และได้เป็นพระธรรมมาจารย์

ในช่วง 8 ปีต่อมา พระอาจารย์ใหญ่ได้จาริกไปทั่วประเทศเมียร์มาร์เพื่อศึกษาพระธรรมเพิ่มเติมจากพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหลายท่าน และในปี พ.ศ. 2507 พรรษาที่ 10 ท่านเริ่มต้นปฏิบัติธุดงควัตร “อารัญญิกังคะ” (องค์แห่งผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร อยู่ห่างจากบ้านคน 500 ชั่วธนู หรือ 25 เส้น) และมุ่งปฏิบัติกัมมัฏฐานอย่างจริงจังโดยค้นคว้าทั้งจากพระไตรปิฎก และคำแนะนำจากพระกัมมัฏฐานาจารย์ผู้เป็นที่เคารพหลายท่านในยุคนั้น

ในช่วง 16 ปี ถัดมา ท่านยังคงปฏิบัติธรรมอยู่ในป่าบริเวณรัฐมอญทางใต้ของประเทศเมียร์มาร์ ในเขตอำเภอมุโด่งเป็นเวลา 3 ปี และในป่าเขตเมืองเย้ (ราว 160 กม. ริมฝั่งทะเลทางตอนใต้) เป็นเวลา 13 ปี ในช่วงเวลา 16 ปีนี้ ท่านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย อุทิศเวลาทั้งหมดในการปฏิบัติธรรมประกอบการค้นคว้าจากพระไตรปิฎก

ปี พ.ศ. 2524 พระอาจารย์ใหญ่ได้รับข่าวจากท่านเจ้าอาวาสองค์ก่อนแห่งพะอ๊อก ตอยะ (ท่านอัคคปัญญะ) ซึ่งใกล้จะมรณภาพ ได้ขอร้องให้พระอาจารย์ใหญ่อาจิณณะรับตำแหน่งเจ้าอาวาสต่อ หลังจากนั้นเพียง 5 วัน ท่านอัคคปัญญะก็มรณภาพ เมื่อท่านรับตำแหน่งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ จึงได้รับการขนานนามว่า “พะอ็อก ตอยะ สยาดอ” แม้ว่าท่านต้องดูแลบริหารกิจการวัด ท่านมักใช้เวลาส่วนใหญ่ปฏิบัติธรรมในกุฏิไม้ไผ่ ซึ่งอยู่บริเวณที่เงียบสงบในป่าด้านทิศเหนือของวัดซึ่งเป็นแนวเทือกเขาตองโยว ในเวลาต่อมาเรียกบริเวณนี้ว่า วัดจิตรบรรพต หรือเรียกว่า วัดบน

ในพ.ศ. 2540 พระอาจารย์ใหญ่จัดพิมพ์มรดกทางธรรมที่งดงามยิ่งทั้งโดยอรรถและพยัญชนะ ชื่อว่า “นิพพานคามินีปฏิปทา” ประกอบด้วยหนังสือขนาดใหญ่จำนวน ๕ เล่ม อธิบายวิธีการปฏิบัติธรรมตามลำดับจากขั้นต้นถึงขั้นสูงสุดโดยละเอียดด้วยเอกสารอ้างอิงจากพระไตรปิฏก ขณะนี้มีเพียง ๒ ภาษาคือ ภาษาสิงหลและภาษาเมียนมาร์

ส่วนงานเขียนหนังสือภาษาอังกฤษของพระอาจารย์ใหญ่ ได้แก่

1. Knowing and Seeing

2. The Workings of Kamma

3. Meditation Manuals (Mindfulness of Breathing Ten Kasina, Four Elements Meditation, Discerning Materiality, Discerning Mentality, Discerning Past & Future Lives/Patice casamuppada, Vipassana, etc.)

ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการแปลเป็นภาษาไทย

วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2542 พระอาจารย์ใหญ่ได้รับการยกย่องจากรัฐบาลเมียนมาร์ให้เป็น

“อัครมหากัมมัฏฐานาจริยะ” หมายถึง พระอาจารย์กัมมัฏฐานผู้ได้รับความเคารพอย่างสูง

พระอาจารย์ใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ชำนาญมาก ท่านมักจาริกไปแสดงธรรมและสอนกัมมัฏฐานในประเทศต่างๆ ในปี พ.ศ. 2548 ท่านได้นำสอนกัมมัฏฐานที่สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ศรีลังกา มาเลเซีย และสิงคโปร์ ในปี พ.ศ. 2549 ท่านได้นำสอนกัมมัฏฐานหลักสูตรระยะยาวที่สหรัฐอเมริกา ใน ปีพ.ศ. 2550 ท่านจาริกไปบำเพ็ญสมณธรรมที่เทือกเขาหิมาลัยประเทศอินเดีย และพะอ๊อกศรีลังกา ในปี พ.ศ. 2551 ท่านได้นำสอนกัมมัฏฐานที่ไต้หวัน สิงคโปร์ เยอรมันนี สหรัฐอเมริกา เกาหลี และ อินโดนีเซีย